ลูกเจ็บหู เกิดจากอะไร สามารถบรรเทาอาการปวดหูได้อย่างไร

06 February 2026
9 view

อาการเจ็บหูเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ซึ่งอาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ อย่างเช่น การติดเชื้อในหู การเปลี่ยนแปลงแรงดัน หรือการสะสมของเหลวภายในหูชั้นกลาง ซึ่งอาการเจ็บหูอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในประจำวันได้ ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจสาเหตุ และวิธีการรักษาเบื้องต้นกันดีกว่า จะได้รับมืออย่างถูกวิธีเมื่อ ลูกเจ็บหู นั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้ ลูกเจ็บหู เช็กด่วนเกิดจากอะไร

อาการเจ็บหูของลูกน้อยเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจอย่างมาก การที่เรารู้สาเหตุเบื้องต้นจะช่วยให้คุณสามารถดูแลและป้องกันได้อย่างรวดเร็วและถูกวิธี มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่อาจเป็นสาเหตุให้ลูกเจ็บหู

1.การติดเชื้อในหู (หูชั้นกลาง/ชั้นนอก)

การติดเชื้อในหู เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ลูกเจ็บหู บ่อย ๆ เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่หูชั้นกลางหรือชั้นนอก ผ่านช่องทางการติดเชื้อทางเดินหายใจที่ไม่รักษาให้ดี เช่น เป็นหวัดนาน ๆ หรือเป็นไข้หวัดใหญ่ เมื่อเชื้อเข้าสู่หู จะทำให้เนื้อเยื่อบวมและเกิดหนอง ซึ่งจะส่งผลให้ลูกมีอาการเจ็บหูและได้ยินเสียงไม่ชัดเจน การรักษาเบื้องต้นคือให้ลูกพักผ่อน ดื่มน้ำมาก ๆ และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ หากว่ามีอาการรุนแรงควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาที่ถูกต้อง

2.ภูมิแพ้หรือหวัด

ภูมิแพ้และหวัด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เยื่อบุในหูอักเสบและบวมได้ง่ายขึ้น เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติหรือเจอสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร หรือสารระคายเคืองต่างๆ เยื่อบุต่าง ๆ ในทางเดินหายใจก็จะแพร่กระจายไปยังหูชั้นกลาง ทำให้เกิดอาการเจ็บหูและคัดจมูกตามมาด้วย การดูแลเบื้องต้นคือให้ลูกหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ ใช้ยาแก้แพ้ตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงให้ลูกพักผ่อนเพียงพอและดื่มน้ำมาก ๆ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

3.น้ำเข้าหู (จากว่ายน้ำ อาบน้ำ)

ลูกเจ็บหูเกิดจากอะไร น้ำเข้าหูก็เป็นอีกสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนหรือช่วงที่ลูกเล่นน้ำเป็นประจำ น้ำเข้าไปในหูชั้นนอกทำให้เกิดการอับชื้นและเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียหรือว่ามีเชื้อรา จนกลายเป็นหูชั้นนอกอักเสบ (อีไรเตอร์) ซึ่งทำให้ลูกเจ็บหูและรู้สึกไม่สบาย การป้องกันง่าย ๆ คือให้ลูกใส่ที่ครอบหูหรือเช็ดให้แห้งหลังว่ายน้ำ รวมไปถึงไม่แช่น้ำที่มีในหูนานเกินไป หากน้ำเข้าไปแล้วควรเช็ดให้แห้งและสังเกตว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ ถ้าเจ็บหูรุนแรงหรือมีน้ำหนอง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง

4.การเปลี่ยนแปลงความกดอากาศ (เช่น ขณะขึ้นเครื่องบิน)

ช่วงที่ขึ้นเครื่องบินหรือปีนเขาสูง ๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศ ซึ่งส่งผลต่อแรงดันในหู ลูกเจ็บหู ทำให้ลูกรู้สึกแน่น หูอื้อ หรือเจ็บหูได้ง่ายขึ้น วิธีป้องกันคือให้ลูกกลืนอาหาร เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือใช้วิธีเป่าจมูกเบา ๆ เพื่อปรับแรงดันในหู การอ้าปากและกลั้นหายใจแล้วจิบน้ำก็ช่วยได้เช่นกัน หากอาการยังไม่ดีขึ้น ควรพักผ่อนและไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม

5.สิ่งแปลกปลอมเข้าหู

เด็ก ๆ มักชอบหยิบของเข้าไปในหู เช่น เม็ดถั่ว เล็ก ๆ หรือสิ่งของเล็ก ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเจ็บหูและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ลูกเจ็บหู หากพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมภายในหู ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเอาออกอย่างปลอดภัย อย่าพยายามเอาของออกเอง เพราะอาจจะทำให้หูบาดเจ็บหรือดันสิ่งแปลกปลอมลึกเข้าไปข้างในได้อีก

6.การบาดเจ็บจากการแคะหูหรือของมีคม

การแคะหูบ่อย ๆ หรือใช้ของมีคมแหย่เข้าไปในหู ลูกเจ็บหูเกิดจากอะไร เป็นสาเหตุที่ทำให้เยื่อบุหูบาดเจ็บและเกิดอักเสบง่ายขึ้น รวมถึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้หูเป็นแผล การดูแลคือไม่ให้ลูกแคะหูเอง และหากรู้สึกคันหรือว่ามีขี้หูเยอะ ควรให้ล้างหูด้วยวิธีที่ปลอดภัยจากการแนะนำของแพทย์เท่านั้น

7.ปัญหาฟันหรือเหงือกที่ปวดร้าวไปหู

บางครั้งอาการเจ็บหูอาจเป็นผลมาจากปัญหาฟันหรือเหงือกอักเสบ เช่น ฟันผุหรือเหงือกอักเสบ ซึ่งอาจทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บที่หูได้ เนื่องจากเส้นประสาทในบริเวณนี้เชื่อมต่อกัน การดูแลคือให้ลูกไปพบทันตแพทย์ เพื่อรับการรักษาแก้ไขปัญหาฟันและเหงือก ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บหูและลดความเสี่ยงที่จะไม่สบายลงได้

อาการเจ็บหูในเด็กเป็นอย่างไร

อาการเจ็บหูในเด็กเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจ ลูกเจ็บหู เพราะเด็กไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเจ็บตรงไหนอย่างไร แต่ว่าเราสามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมและอาการแทรกซ้อนรอบตัวของเขา อย่างเช่น เด็กจะร้องไห้ไม่หยุด หรือร้องเสียงดังขึ้นโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน บางครั้งอาจมีการเอามือจับหูหรือเอาหูแนบกับสิ่งของเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ การเคลื่อนไหวของเด็กอาจจะดูไม่คล่องแคล่ว อย่างเช่น เดินเซหรือคอยจับหูอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เป็นไข้ หน้าบูดบึ้ง หรือมีขี้หูหนองไหลออกมา หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที เพราะอาการเจ็บหูที่ไม่ได้รับการดูแลอาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่กว่าเดิมได้

วิธีบรรเทาอาการปวดหูเบื้องต้น

เมื่อเด็กมีอาการปวดหู พ่อแม่ควรจะรีบดูแลเบื้องต้นก่อน เพื่อบรรเทาอาการและลดความเจ็บปวดลง  

  1. ประคบอุ่นบริเวณหูด้วยผ้าหรือผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นประมาณ 10-15 นาที เพื่อช่วยผ่อนคลายยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและลดอาการเกร็ง  
  2. ให้ลูกพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วยิ่งขึ้น  
  3. ใช้ยาลดไข้และลดปวด เช่น พาราเซตามอล ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อบรรเทาอาการปวดและไข้ในเด็ก  
  4. หลีกเลี่ยงการแคะหูหรือหยดยาเองโดยที่ไม่ปรึกษาแพทย์ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรืออักเสบเพิ่มขึ้น  
  5. ดูแลความสะอาดหูให้แห้งและทำความสะอาดหลังว่ายน้ำ หลีกเลี่ยงสิ่งสกปรกเข้าสู่หู 

เมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบแพทย์

เมื่อลูกมีอาการเจ็บหู ไม่ว่าลูกเจ็บหูเกิดจากอะไร พ่อแม่ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและพาลูกไปพบแพทย์ เมื่อมีอาการที่ไม่ปกติควรจะพาลูกไปพบแพทย์ ได้แก่

  • อาการเจ็บหูที่ไม่ดีขึ้นเลยภายใน 2-3 วัน เมื่อลูกมีอาการเจ็บหูที่ไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงภายใน 2-3 วัน นั่นหมายความว่าเชื้อโรคอาจจะมีการแพร่กระจายและทำให้อาการแย่ลง  
  • มีไข้สูง ระดับไข้สูงนั้นเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเชื้อโรคกำลังแพร่กระจาย และทำให้ร่างกายมีอาการอื่น ๆ เช่น อาเจียน เวียนศีรษะ  
  • มีน้ำหรือหนองไหลออกจากหู ถ้าเชื้อโรคกำลังแพร่กระจาย มีน้ำหรือหนองอาจไหลออกมาจากหู ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือการติดเชื้อในหู  
  • ลูกเจ็บหูรุนแรง ร้องกวนมาก เมื่อลูกมีอาการเจ็บหูรุนแรงและร้องกวน นี่อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบ หรือการติดเชื้อที่รุนแรงอีกอย่าง  
  • มีอาการอื่นร่วม เช่น อาเจียน เวียนศีรษะ ถ้าลูกมีอาการอื่น ๆ เช่น อาเจียน หรือ วิงเวียนศีรษะ นั่นหมายความว่าเชื้อโรคอาจมีการแพร่กระจาย และทำให้ร่างกายมีอาการแย่ลง

วิธีป้องกันลูกเจ็บหู ทำได้อย่างไร

การป้องกันเมื่อลูกมีอาการเจ็บหูไม่ใช่เรื่องยากเลย ลูกเจ็บหู ถ้าหากเรารู้เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยรักษาสุขภาพหูของลูกให้ปลอดภัยที่สุด เริ่มมาจากการใส่ใจในเรื่องของความสะอาด อย่างเช่น หลังว่ายน้ำหรืออาบน้ำแล้ว ควรเช็ดหูให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย การหลีกเลี่ยงให้ลูกแคะหูบ่อย ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะของมีคมและการแคะหูอาจทำให้เยื่อบุต้องเสียหายได้ นอกจากนี้ ควรให้ลูกใส่ที่ครอบหูเวลาว่ายน้ำ และควรหลีกเลี่ยงการให้ลูกอยู่ในสถานที่ ที่มีฝุ่นละอองหรือสารก่อภูมิแพ้มากเกินไป การดูแลเรื่องความเปลี่ยนแปลงของอากาศก็สำคัญ อย่างเช่น การขึ้นเครื่องบิน ควรให้ลูกกลืนอาหารหรือใช้วิธีการเป่าจมูกเบา ๆ เพื่อที่จะปรับความดันในหู ทำตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยง และป้องกันไม่ให้ลูกเจ็บหูได้ง่ายขึ้นมาก

สรุป

ลูกเจ็บหู สาเหตุเกิดมาจากอะไร อาจมีได้หลายสาเหตุ ดังนั้นเราจะต้องพยายามสังเกตุสิ่งรอบตัวของลูกให้ดี และแก้ไขเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว หากว่าอาการไม่ดีขึ้นควรรีบนำลูกหลานไปพบแพทย์ทันที อย่าปล่อยไว้นานเพราะอาจเป็นอันตรายได้

บทความแนะนำเพิ่มเติม

  1. ตากระตุก ข้างขวา เกิดจากอะไร เป็นสัญญาณบ่งบอกความผิดปกติใดหรือไม่
  2. 8 สมุนไพรดับร้อน กินแล้วดี เพิ่มความเย็นสดชื่นให้กับร่างกาย
  3. ผมร่วงขาดวิตามินอะไร? กินวิตามินตัวไหน แก้ผมร่วงได้
  • No tag available