แพทย์เผยสาเหตุ “ติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง” ในเด็กเล็กทำไมไม่หายสักที

28 May 2019
1637 view

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 Fanpage Facebook : Infectious ง่ายนิดเดียวพสต์แชร์เรื่องราวของผู้ป่วยเด็ก กับการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง กับความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ทำให้กลับมาเป็นซ้ำๆ เพราะอะไร พร้อมแนะวิธีดูแล และรักษาอาการดังกล่าว โดยในโพสต์ระบุว่า

“เจอตลอด วาระเด็ก แห่งชาติไทย..”ติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง” วันนี้รับส่งมาจากน้องหมอ รักษา 3 เดือนไม่ดีขึ้น...ไปหาน้องหมอมา 10 ครั้ง กินยาไม่ดีขึ้น มาเจอแอด คำแรกที่บอกคนไข้“ต้องรักษาความสะอาด”!!ถึงจะหายและต้องทำหลายอย่าง เดี๋ยวจะจดให้ ช่วงนี้เจอคนไข้หลายเคส!!โรคพบบ่อยในเด็ก จริงๆ รักษาง่าย แต่เข้าใจผิดกันมากสำหรับคนไข้ ทำให้รักษาไม่หายขาด แล้วจะมาพบหมอ.. "น้ำเหลืองไม่ดี ขอมาฉีดยา1เข็ม"!!!! "รักษาเริมทั้งกินยาทายาเริมมาก็ไม่ดี" หมาขยุ้ม !! น้ำเหลืองไม่ดี!!ไปพ่นยามา" เอาใบย่านางมาทา!!!ก็ไม่ดี นี่คืออาการนำสำคัญของคนไข้!ที่มารักษา ที่ห้องตรวจหมอทุกคนน่าจะเจอคนไข้แบบนี้บ่อยๆ เป็นแผลผุพองมีหนองไหล เลือดไหลที่ขา หรือเท้า

ชาวบ้าน!! ชอบวินิจฉัย "น้ำเหลืองไม่ดี" จริงๆ ไม่ใช่ ไม่ใช่สุกใส ไม่ใช่น้ำเหลืองไม่ดี ไม่ใช่เริม ไม่ใช่ขยุ้มตีนหมา และจะชอบมาขอฉีดยา1เข็ม” แล้วคิดว่าจะหาย! บอกเลย เป็นความเชื่อที่ผิดร้ายแรงมาก มาดูข้อมูลที่ถูกต้อง จริงๆแล้ว...

วินิจฉัย" ติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง (Impetigo)" เกิดจากการที่แบคทีเรียส่วนใหญ่แกรมบวก ได้แก่ Streptococcus pyogenes, Staphylococcus aureus

สาเหตุ ติดเชื้อผิวหนังส่วนบนเกิดการถูกทำลายเช่นทำเกิดแผลพุพองเช่น แมลงยุงกัด แพ้น้ำ ฝุ่น ดิน หญ้า ทราย แล้วเราไปเกาทำให้เกิดแผลถลอก เลือดไหลและแบคทีเรียมีทางเข้าติดเชื้อซ้ำเติม ไม่ดูแลรักษา ปล่อยปะละเลย ทำให้เป็นเรื้อรัง ไม่หายขาด

ไม่ใช่เริม herpes simplex

ไม่ใช่งูสวัด herpes zoster

ไม่ใช่สุกใส chickenpox

3 โรคนี้เป็นไวรัส ตุ่มน้ำจะขนาดเล็กๆ ไม่มีหนองและคราบน้ำเหลืองเยอะ

มาดูการรักษาซึ่งประสบการณ์แอดมิน_รักษา ไม่ยากแต่ต้องทำหลายอย่างไม่ใช่ฉีดยาเข็มเดียวแล้วจะหาย

แอดเป็นคนเยอะ!! จะเขียน และแจกให้คนไข้ไปอ่าน และทำตามเลย รับรองหาย 100%

(1)ตัดเล็บ ห้ามล้วงแคะแกะเกา เวลาคันให้ลูบๆ รอบแผล อย่าจิก ไม่งั้นแผลยิ่งถลอก เชื้อแบคทีเรียจะเข้าไป

(2) ฟอกแผลด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น hibiscrub เวลาอาบน้ำเช้าเย็น!! ต้องรักษาความสะอาด เวลาเช็ดให้ซับๆ อย่าเช็ดแรง

(3) ทำแผล รักษาความสะอาด เวลาเช็ดไม่ใช่ปัดไปปัดมา จะยิ่งถลอกและเลือดไหลแต่ให้ซับเอา

(4) ถ้ารุนแรงหรือแผลหนองมากให้ กินยาฆ่าเชื้อ Cloxacillin Dicloxacillin Cephalexin ทายาต้านแบคทีเรีย เช่น Mupirocin Fusidic ช่วยได้มาก

(5) งดใส่รองเท้าหุ้มส้น และถุงเท้า จะทำให้แผลยิ่งอับเหงื่อออก เพิ่มการติดเชื้อมากขึ้น

(6) งดเล่นดินน้ำทราย งดกีฬา งดลุยพงหญ้า ถ้าเลี่ยงไม่ได้ต้องย่ำน้ำ ให้ใส่รองเท้าบู้ท

และเมื่อทำกิจกรรมเสร็จรีบกลับมาทำความสะอาด หรือโดนแมลงกัดรีบมาล้างน้ำ ป้องกันแบคทีเรียเจริญเติบโต

ห้ามไปพ่นหมาก พ่นใบย่านาง และใบไม้มาแปะทุกชนิด จะยิ่งเพิ่มความสกปรก และรักษาไม่หาย

สรุป...ยา1เข็มรักษาโรคน้ำเหลืองไม่ดี ไม่ได้นะจร้าาาาา  ต้องทำทั้ง 6 ข้อ รักษาความสะอาด สำคัญสุด”

อย่างที่ทราบดีว่าจะพบในเด็กเล็กบ่อยครั้ง เมื่อผิวหนังเกิดอาการแพ้ คันก็ไปเกา ไปแกะ กลายเป็นแผล แล้วไม่ดูแล หรือทำความสะอาด ทำให้แผลติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นซ้ำแล้วซ้ำอีก และการรักษาตามความเชื่อบางครั้งอาจทำให้อาการลุกลาม หรือติดเชื้อเพิ่มไปอีก ทำให้รักษาไม่หายสักที ดังนั้นการดูแลความสะอาดตามที่คุณหมอได้บอกไป 6 ข้อ เป็นสิ่งสำคัญ และสามารถทำได้เลย ด้วยความห่วงใยจาก Mamaexpert

บทความแนะนำเพิ่มเติม
1.อาการของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก ที่คุณแม่ต้องรู้
2.โรคตุ่มน้ำพองใส โรคตุ่มน้ำในเด็ก โรคเรื้อรัง ที่พ่อแม่ต้องระวัง!!!
3.เตือนคนรักสัตว์!! นอนกับหมา แมว สัตว์มีขน ระวังติดกลากทำผมแหว่งเป็นกระจุก

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert Editorial Team

ขอคุณข้อมูลจาก : Infectious ง่ายนิดเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง