เช็กด่วน! 7 สาเหตุที่ทำให้เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ สาวๆ ไม่ควรมองข้าม

18 September 2023
9 view

สาเหตุที่ทำให้เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์

.

.

การมีเพศสัมพันธ์จัดเป็นหนึ่งกิจกรรมของคู่รักทั้งหลายที่พึงกระทำกันเพื่อเป็นหนึ่งในกิจกรรมการกระชับส่วนของความรักและความสัมพันธ์ แต่หากการมีเพศสัมพันธ์นั้น ๆ จะทำให้เกิดการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ในเพศหญิงก็คงเป็นเรื่องที่ไม่น่าพิศมัยนักในคู่รักหลาย ๆ คู่ เพราะอาจนำมาซึ่งความเจ็บปวด หรือ สามารถบ่งบอกถึงพยาธิสภาพต่าง ๆ ที่ผิดปกติของร่างกายเพศหญิงก็เป็นได้ สำหรับบทความนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลเด็ด ๆ ในเรื่องนี้ไว้ในส่วนของ 7 สาเหตุที่ทำให้เกิดการมีการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งล้วนเป็นอาการที่สาว ๆ ไม่ควรมองข้าม

เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่เรื่องปกติ

อาการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ปกตินัก เพราะโดยปกติแล้วทั้งร่างกายของเพศหญิงและร่างกายของเพศชายจะมีการออกแบบที่ลงตัวอย่างชาญฉลาดจากธรรมชาติเพื่อให้เกิดความสอดคล้องหรือการเข้ากันได้แบบแนบเนียนตามธรรมชาติ  แต่หากมีอาการเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ในเพศหญิงก็ขอให้สาว ๆ หรือคุณผู้หญิงทั้งหลายคิดไว้ก่อนเลยว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ แถมยังเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งสัญญาณมายังตัวคุณอีกด้วย

รวม 7 สาเหตุที่ทำให้เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์

ถัดมาเราก็ขอพาสาว ๆ หรือ คุณผู้หญิงทุกท่านไปพบกับ 7 สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเราได้รวบรวมมาไว้ให้แล้ว ดังนี้

1. อาการปรากฎหลังการมีเพศสัมพันธ์ในเพศหญิงอย่างการมีเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศนั้นมีสาเหตุมาจากความไม่พร้อมของเพศหญิง ทำให้ยังไม่มีส่วนของสารหล่อลื่นตามธรรมชาติ ที่ช่วยลดการเสียดสีขณะร่วมรักได้

2. อาการปรากฎหลังการมีเพศสัมพันธ์ในเพศหญิงอย่างการมีเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศนั้นมีสาเหตุมาจากการมีติ่งเนื้อบริเวณปากมดลูก เพราะติ่งเนื้อนั้น ๆ จะเกิดเลือดออกได้เองอยู่แล้ว แต่หากเกิดการร่วมรักก็จะยิ่งเกิดการเสียดสี ทำให้เกิดเลือดออกมาได้

3. อาการปรากฎหลังการมีเพศสัมพันธ์ในเพศหญิงอย่างการมีเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศนั้นมีสาเหตุมาจากเส้นเลือดในช่องคลอดที่ฉีกขาด ซึ่งอาจเกิดจากการร่วมรักที่ไม่ถูกวิธี ในส่วนนี้คุณต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน

4. อาการปรากฎหลังการมีเพศสัมพันธ์ในเพศหญิงอย่างการมีเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศนั้นมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อบริเวณปากมดลูกที่เมื่อมีการร่วมเพศก็จะทำให้เกิดเลือดออกมาได้

5. อาการปรากฎหลังการมีเพศสัมพันธ์ในเพศหญิงอย่างการมีเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศนั้นมีสาเหตุมาจากการคั่งค้างของเลือดประจำเดือน เมื่อมีการร่วมเพศจึงทำให้เลือดประจำเดือนเหล่านั้นไหลออกมาได้

6. อาการปรากฎหลังการมีเพศสัมพันธ์ในเพศหญิงอย่างการมีเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศนั้นมีสาเหตุมาจากการที่มีแผลบริเวณช่องคลอด ซึ่งก็เหมือนกับการเกิดแผลบริเวณอื่น ๆ ที่หากแผลดังกล่าวได้รับการกระทบกระเทือนก็สามารถทำให้เลือดออกได้

7. อาการปรากฎหลังการมีเพศสัมพันธ์ในเพศหญิงอย่างการมีเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศนั้นมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนที่ผิดปกติซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือ ความเครียด

ทำอย่างไร หากมีเพศสัมพันธ์แล้วเลือดออก

แต่หากสาว ๆ หรือคุณผู้หญิงมีอาการเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์คุณสามารถทำได้ดังนี้

1. ปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาที่ทันท่วงทีในกรณีที่อาการเลือดออกนั้น ๆ เกิดจากภาวะของโรค

2. ได้รับการรักษาอาจเป็นการจี้ร้อน การจี้เย็น หรือ การผ่าตัด ในกรณีที่อาการเลือดออกนั้น ๆ เกิดจากติ่งเนื้อบริเวณปากมดลูก

3. มีการใช้สารหล่อลื่นร่วมด้วย เพื่อลดการเสียดสีที่เกิดขึ้นในขณะที่ร่วมรัก เพื่อป้องกัน เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์

4. การเล้าโลมเพื่อให้มีอารมณ์ร่วมและมีการผลิตสารหล่อลื่นตามธรรมชาติออกมา ร่วมถึงไม่ควรเร่งจังหวะรักจนเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่พร้อมในฝ่ายหญิงแล้วนำไปสู่อาการเลือดออกในฝ่ายหญิง หลังจากที่มีการร่วมรัก

5. ควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานได้ปกติ โดยเฉพาะระบบต่อมไร้ท่อที่มีผลต่อการผลิตฮอร์โมน หรือ ระบบสืบพันธ์ที่มีการผลิตสารหล่อลื่นได้เองตามธรรมชาติ

6. ควรรับฮอร์โมนเสริม โดยในส่วนนี้ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ซึ่งจะช่วยลดในส่วนของการเกิดเลือดออกหลังการร่วมรักที่มีสาเหตุมาจากการขาดฮอร์โมน หรือ เกิดจากการที่ฮอร์โมนไม่สมดุลได้

7. การรักษาสุขลักษณะที่ดีของอวัยวะเพศ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของความสะอาด และ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงช่วยลดอาการเลือดออกที่เกิดจากประจำเดือนที่คั่งค้างได้

กิจกรรมในส่วนของการมีเพศสัมพันธ์นั้นเป็นกิจกรรมที่น่าพิศมัย และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ในความรักได้เป็นอย่างดี แต่หากหลังจากที่มีการร่วมเพศแล้วเกิดการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นหนึ่งในอาการบ่งชี้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นของร่างกายเพศหญิงตามที่เราระบุไปในบทความเบื้องต้น แต่ปัญหาหรืออาการต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะสามารถรักษาหรือป้องกันได้ตามวิธีที่ระบุไว้ในบทความอีกเช่นกัน ซึ่งล้วนเป็นวิธีที่ใช้แล้วได้ผลดีเพื่อช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีในความรักของคุณ

เรียบเรียงโดย :  Mamaexpert Editoriao Team