7 วิธีรักษารอยแดงจากสิว ได้ผลชัวร์ ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

09 January 2023
95 view

วิธีรักษารอยแดงจากสิว

.

.

สิว เวลาเป็นแล้วหาย ทำไมมักทิ้งรอยแดงเอาไว้ ทำให้หลายคนเป็นกังวล วันนี้เราจึงมีวิธีรักษารอยแดงจากสิว ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติมาฝาก ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องอาการแพ้ แต่กลับให้ผลดี ถ้าทำเป็นประจำรับรองว่าผิวจะกลับมาสวยใสไร้รอยแดง แล้วความมั่นใจเก่าๆ ก็จะกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นมาดูสิว่าจะมีวิธีไหนบ้างนะ

รักษารอยแดงจากสิว ด้วยสูตรธรรมชาติดีอย่างไร

การรักษารอยแดงจากสิว ด้วยสูตรธรรมชาตินั้น เป็นอีกวิธีที่ไม่ยุ่งยาก แต่อาจต้องใช้เวลาในการรักษานานเสียหน่อย เพียงแค่ใจเย็นๆและทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะการรักษาด้วยวิธีธรรมชาตินั้นมีข้อดีดังต่อไปนี้

1. วัตถุดิบหาง่าย การรักษาด้วยสูตรธรรมชาติ เพื่อจะช่วยลดรอยแดงจากสิวนั้น สามารถทำได้ด้วยการใช้วัตถุดิบหรือสมุนไพรที่ปลูกภายในบ้าน เช่นหอมแดง มะนาว ว่านหางจระเข้ เป็นต้น ซึ่งหลายบ้านก็มักปลูกพืชเหล่านี้ไว้ จึงสามารถจัดหามาได้อย่างง่ายดาย

2. ปลอดภัย เนื่องจากเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่ปลูกภายในบ้านของตนเอง จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย เพราะปราศจากสารเคมี ทำให้ไม่ต้องระวังอาการแพ้สารเคมีหลังการใช้

3. ราคาไม่แพง วัตถุดิบเหล่านี้หาซื้อมาปลูกเพื่อนำมาประกอบอาหาร และยังนำมาทำประโยชน์ในการรักษารอยแดงจากสิวได้อีกด้วย ถือว่าคุ้มค่ามาก

แนะนำ 7 วิธีรักษารอยแดงที่ได้ผลจริง

เพื่อที่จะรักษารอยแดงจากสิว ขอแนะนำ 7 วิธีที่รับรองว่าได้ ได้ผลดีและได้ผลจริง 

1. แต้มด้วยหอมแดง

หอมแดงนั้นขึ้นชื่อในเรื่องการรักษารอยแดงและรอยดำจากสิว เพียงแค่คุณฝานหอมแดงเป็นแว่นบางๆก่อน แล้วนำมาถูที่รอยสิว ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยให้ทำเป็นประจำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แค่อาทิตย์เดียว ก็จะพบว่าหอมแดงสามารถลดรอยแดงจากสิวให้จางลงได้อย่างแน่นอน

2. มาสก์หน้าด้วยน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง

วิธียอดนิยมอีกหนึ่งวิธี เพื่อลดร่องรอยจากสิว คือการใช้น้ำมะนาวและน้ำผึ้ง ซึ่งวิธีการทำก็ง่ายดาย เพียงแค่นำน้ำมะนาวและน้ำผึ้งมาผสมกันก่อน แล้วค่อยนำพอกหน้า โดยพอกทิ้งไว้20นาที แล้วล้างหน้าออกด้วยน้ำให้สะอาด แต่สำหรับใครที่มีผิวบอบบาง อาจพอกทิ้งไว้เพียง10นาที หรือ อาจไม่จำเป็นต้องพอกทั้งใบหน้า เพียงแค่แต้มเฉพาะที่เกิดรอยแดง โดยทิ้งไว้เพียง 5-10นาทีก็เพียงพอแล้ว ซึ่งแนะนำให้ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะพบความเปลี่ยนแปลง รอยแดงจางลง และผิวดีขึ้น 

3. พอกหน้าด้วยมะขามเปียก น้ำผึ้ง และนมสด

มะขามเปียกมีคุณสมบัติที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า จึงสามารถช่วยรักษารอยแดงจากสิวให้ลดลง แต่ด้วยความเป็นกรดสูงนี้อาจทำให้ผิวหน้าแห้งได้ จึงต้องนำมาผสมกับน้ำผึ้งและนมสด เพื่อให้หลังจากพอกแล้ว ผิวดูนุ่มชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน โดยให้นำส่วนผสมทั้ง3ชนิดมาผสมรวมกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออก สามารถทำได้เป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แล้วจะพบว่ารอยแดงรอยดำจากสิวจางลง ทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้นด้วย

4. สครับหน้าด้วยสมุนไพร

การสครับหน้า เป็นการกำจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออก ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยดำและรอยแดงจากสิว ซึ่งสูตรสครับนี้หาได้ง่ายในครัวเรือน โดยการนำเอาน้ำตาลทรายแดง โยเกิร์ต และน้ำมะนาวมาผสมกัน แล้วนำมานวดลงบนใบหน้าเป็นวงกลมเบาๆ ซึ่งน้ำตาลทรายแดงจะช่วยขัดผิวที่เสื่อมสภาพออก โยเกิรต์จะช่วยฟื้นฟูผิว และกระชับรูขุมขน ในขณะที่น้ำมะนาวจะทำหน้าที่ลดความมันบนใบหน้าได้ โดยสามารถสครับหน้าได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง

5. ดื่มน้ำมะเขือเทศ

การดื่มน้ำมะเขือเทศ ก็สามารถช่วยรักษารอยแดงจากสิวได้ เช่นกัน เนื่องจากในมะเขือเทศมีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือที่รู้จักกันในชื่อของไลโคปีน ซึ่งช่วยชะลอริ้วรอย ช่วยลดการอักเสบของผิว และมะเขือเทศยังมีวิตามินซีและวิตามินเอที่มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ จึงช่วยลดรอยดำรอยแดงที่เกิดจากสิวได้ แต่การดื่มน้ำมะเขือเทศ ให้เห็นผลนั้น อาจต้องใช้เวลาสักระยะ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำมะเขือเทศเป็นประจำทุกวัน

7. ทาเจลว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ เป็นอีกหนึ่งสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาสิวได้ดี ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบ และรอยแผลจากสิวไม่ว่าจะเป็น รอยดำ หรือรอยแดง ก็สามารถช่วยลดรอยให้ดูจางลงได้ และที่สำคัญยังปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ หรือผู้ที่ผิวแพ้ง่ายจากการใช้ยารักษาสิว

8. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

ในน้ำมันมะพร้าวนั้น ประกอบไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ อย่างกรดลอริกที่ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย จึงช่วยป้องกันการเกิดสิว และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในการปรับสีผิว ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญในการรักษารอยแดงจากสิว นอกจากนี้วิตามินอีในน้ำมันมะพร้าวก็ยังช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้นอีกด้วย

การดูแลรักษาความสะอาด จะช่วยไม่ให้เป็นสิวได้ง่ายๆ แต่เมื่อเป็นแล้ว ควรรีบรักษา มิเช่นนั้นอาจทิ้งรอยแผล ทั้งรอยดำและรอยแดงไว้บนผิวหน้า ซึ่งการเลือกรักษารอยแผลจากสิวให้ปลอดภัยและทำได้อย่างง่ายดาย ก็คือการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ เพียงแต่ต้องเลือกวิธีทำที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าของตนเอง

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert Editorial Team 

บทความที่เกี่ยวข้อง