7 ข้อสำคัญในการเลี้ยงลูก ไม่ให้เป็นเด็กขาดความอบอุ่น

16 November 2021
188 view

ในปัจจุบันเด็กขาดความรักความอบอุ่นมีมากขึ้น เพราะยิ่งสังคมมีความเจริญมากเท่าไหร่ โรคขาดความรักความเอาใจใส่ยิ่งจะมีเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากพ่อแม่จะต้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำไม่มีเวลาที่จะอยู่ดูแลลูกๆ จนส่งผลต่อสภาพจิตใจของลูกนั่นเอง ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ลูกเป็นโรคขาดความอบอุ่นคุณแม่จะต้องสร้างพื้นฐานจิตใจให้ลูกอย่างแน่นหนา เป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้กับลูก เพื่อไม่ให้ลูกเป็น เด็กขาดความอบอุ่น โดยคุณแม่สามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากความใส่ใจอย่าง 7 วิธีที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง 

7 วิธีเลี้ยงลูก ไม่ให้เป็นเด็กขาดความอบอุ่น

ความรักและความอบอุ่นเป็นสิ่งที่เด็กๆ ทุกคนต้องการจากผู้ที่เป็นพ่อและแม่ ซึ่งในส่วนนี้คุณแม่จะต้องให้ความสำคัญอย่างที่สุด เพราะเมื่อลูกได้รับความรักความอบอุ่นลูกๆ ก็จะเติบโตมาอย่างมีเกราะป้องกัน คุณแม่ควรเริ่มเป็นคุณแม่ที่แสนดี อย่าง 7 วิธีที่เราจะมาแนะนำดังต่อไปนี้

 1.มีเวลาให้ลูกอย่างเต็มที่

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ทำงาน การมีเวลาให้ลูกๆ อย่างเต็มที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่คุณแม่สามารถสละเวลามาเล่นพูดคุยกับลูกได้หลังจากที่กลับมาจากทำงานแล้ว โดยลองเบรกตัวเองกับสิ่งที่ไม่จำเป็นและหันมาใส่ใจให้เวลากับลูกมากขึ้น จะทำให้ลูกได้รับความรักความอบอุ่นมากกว่าเดิม ซึ่ง เด็กขาดความอบอุ่น ส่วนมากมักจะมาจากเหตุผลที่พ่อแม่ไม่ค่อยจะมีเวลาอยู่กับลูกจนทำให้ลูกรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายและกลายเป็นเด็กมีปัญหานั่นเอง

2.หากิจกรรมสนุกๆ ทำร่วมกัน

ตามธรรมชาติของเด็กๆ จะชื่นชอบการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับพ่อแม่ ถ้าคุณแม่อยากให้ลูกได้รับความรักความอบอุ่นอย่างเต็มที่ ลองพาลูกๆ ไปเที่ยวหากิจกรรมต่างๆ ทำร่วมกัน รับรองได้ว่าลูกจะมีความตื่นเต้นและทำตัวน่ารักขึ้นมาอย่างแน่นอนเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ทำให้ครอบครัวอบอุ่นมากยิ่งขึ้น

3.ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องมือสื่อสารทุกวันนี้สร้างความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น แต่ถึงเทคโนโลยีจะเลิศเลอสักแค่ไหน แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับคุณแม่ก็คือลูกน้อย เพราะฉะนั้นเมื่อมีเวลาอยู่กับลูกก็ควรให้เวลากับลูกอย่างเต็มที่ และลูกเองก็ต้องการความรักความเอาใจใส่จากคุณแม่ด้วยเช่นกัน และถ้าไม่อยากวอกแวกกับเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ควรปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดไปเลย ไม่ว่าจะเป็นทีวีหรือโทรศัพท์ ลูกจะได้ไม่รู้สึก ขาดความอบอุ่น เหมือนถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง

4.พูดคุยภาษาเดียวกันกับลูก

สำหรับคุณแม่ที่ลูกกำลังหัดพูด ลูกอาจจะพูดไม่ค่อยเป็นคำ หรือพูดภาษาทารกที่ผู้ใหญ่ฟังไม่ค่อยออกกัน ปัญหานี้คุณแม่สามารถแก้ได้ง่ายๆ เพียงแค่ฟังลูกพูดให้ดีๆ และการพูดคุยกับลูกที่กำลังหัดพูดยังเป็นการฝึกทักษะการฟังให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย แต่สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยคุณแม่ควรพูดคุยกับลูกอย่างสนิทสนมเพื่อให้ลูกรู้สึกอบอุ่นสนิทใจ ไม่เป็นเด็กขาดความอบอุ่น มีปัญหาอะไรก็จะกล้าปรึกษาทุกเรื่อง และคราวนี้มีปัญหาอะไรก็จะวิ่งมาปรึกษาคุณแม่อย่างแน่นอน

5.สื่อสารโต้ตอบเพื่อแสดงถึงความใส่ใจ 

เด็กๆ จะชอบพูดคุยเล่านู่นนี่นั่นให้พ่อแม่ฟังเสมอ ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พบเจอก็จะจับมาเป็นประเด็น บางทีอาจจะดูเป็นเรื่องที่ไร้สาระ แต่แทนที่คุณแม่จะรับฟังเงียบๆ จะดีกว่าไหมถ้าคุณแม่ร่วมวงสนทนาพูดคุยชักถามกับลูก เพื่อแสดงการมีส่วนร่วมในเรื่องที่ลูกกำลังเล่าให้ฟังอย่างตั้งใจ ลูกๆ จะได้มีความมั่นใจในการแสดงทัศนคติอย่างเต็มที่ และลูกๆ จะได้มีความอบอุ่นใจ ไม่กลายเป็นเด็กที่ ขาดความอบอุ่น นั่นเอง

6.เต็มอิ่มกับช่วงเวลาแสนสำคัญ

คุณแม่คุณพ่อควรเต็มอิ่มกับช่วงเวลาที่ลูกๆ ยังเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาอยู่ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ มีเสน่ห์มากแตกต่างจากวัยไหนๆ ถึงแม้ว่าพ่อแม่จะเห็นลูกเป็นเด็กที่น่ารักอยู่เสมอไม่ว่าจะอยู่วัยไหน แต่วัยเด็กที่ไร้เดียงสาคือช่วงเวลาที่เขามีความน่ารักแบบเด็กๆ และเมื่อเขาเติบโตก็อาจจะเปลี่ยนไปอีกแบบ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่แสนจะสำคัญนี้เอาไว้มากๆ เพราะไม่สามารถเรียกคืนช่วงเวลาวัยเด็กของลูกได้ และการที่คุณแม่เกาะติดชีวิตของลูกๆ ทุกฝีก้าวก็จะไม่ทำให้ เด็กขาดความอบอุ่น แต่จะทำให้เด็กมีความสุขที่มีคุณแม่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ

7.กำจัดอุปสรรคขัดขวาง

บางครั้งอุปสรรคที่จะแย่งชิงช่วงเวลาที่คุณแม่มีให้กับลูกๆ ไปนอกจากโทรศัพท์และเครื่องมือสื่อสารแล้ว ยังรวมถึงเพื่อนบ้านและเพื่อนฝูงของคุณแม่ทั้งหลายที่ชอบแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนที่บ้านและพูดคุยเสมอ จนทำให้คุณแม่ไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับลูกอย่างเต็มที่ ถ้าอยากจะมีเวลาอยู่กับลูกเพื่อไม่ให้ลูก ขาดความอบอุ่น คุณแม่ก็ควรที่จะงดรับแขกและหันมาให้ความสนใจมีเวลาอยู่กับลูกมากกว่าเดิม

สังเกตดูสิ ลูกกำลังขาดความอบอุ่นหรือไม่

หากคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกเป็นเด็กที่เงียบๆ ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใคร เป็นเด็กที่ไม่ค่อยมั่นใจหรือไม่กล้าแสดงออก เก็บกด ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าลูกกำลังเป็น เด็กขาดความอบอุ่น อยู่ เพราะเด็กที่เป็นโรคนี้มักจะมีพฤติกรรมคล้ายๆ กับคนที่ขาดความมั่นใจ เซื่องซึม หรือบางทีก็มีนิสัยเกเรก้าวร้าว ไม่ค่อยจะฟังใคร ซึ่งพฤติกรรมทั้งสองอย่างนี้ส่วนมาก มักจะเกิดกับ เด็กขาดความอบอุ่น พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ หรือไม่ค่อยมีเวลาสนใจดูแลทำให้กลายเป็นเด็กที่มีนิสัยสองขั้วนั่นเอง

สังคมในปัจจุบันทำให้ เด็กกลายเป็น เด็กขาดความอบอุ่น มากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรหันมามองครอบครัวและเอาใจใส่ดูแลหาเวลาที่จะอยู่กับลูกให้มากกว่าเดิม หากิจกรรมสนุกๆ พาลูกไปท่องเที่ยว เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี และเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกขาดความอบอุ่นด้วย

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่

1. 8 เทคนิคที่พ่อแม่ช่วยเหลือเด็กก้าวร้าวให้มีพฤติกรรมดีขึ้น

2. อย่าและไม่ คำที่พ่อแม่ไม่ควรพูดบ่อย เพราะอะไรมาหาคำตอบกัน

3. กฏเหล็ก 17ข้อ ในการดูแลเด็กก้าวร้าวเพื่อให้เกิดพฤติกรรมเชิงบวกอย่างได้ผล

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert Editorial Team

บทความที่เกี่ยวข้อง